7 กิจกรรมที่ทำให้ชีวิตสมดุลขึ้น

5 สิ่งที่คุณควรทำเพื่อสร้างสมดุลย์ให้กับการทำงานและพักผ่อน
2nd May 2018
ศิลปะในชีวิตประจำวัน
2nd May 2018

7 กิจกรรมที่ทำให้ชีวิตสมดุลขึ้น

ในชีวิตแต่ละคน ทุกคนย่อมอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น และอยู่สบายขึ้น แต่พื้นฐานของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน หลักการง่ายๆที่หลายๆคนยึดถือ คือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ในหลายๆหลักการก็ยังมีความเป็นไปได้ที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ในบทความนี้ก็จะนำเสนอ 7ข้อคิดง่ายๆ ที่จะทำให้มองโลกเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นและส่งผลต่อกระบวนการคิดของผู้อ่าน และทำให้ ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน ดีขึ้นไปด้วย (Work-Life Balance)

1.เริ่มวันที่สดใสด้วยการสวดมนต์ หรือ นั่งสมาธิ

การนั่งสมาธิและการสวดมนต์ทำให้รู้ว่าตอน นี้เรากำลังทำอะไรอยู่ เรากำลังยืนอยู่จุดไหนในชีวิต หรือ แม้กระทั่ง ชีวิตเรามีอะไรมากกว่าที่คิดหรือเปล่า กิจกรรมสองอย่างนี้ยังทำให้เราได้ฝึกการวางแผนชีวิต การที่เรามานั่งสมาธิหรือสวดมนต์ทุกเช้าก็เป็นเหมือนการสมดุลชีวิตอย่างหนึ่ง

2.ใช้เวลากับครอบครัวให้มากขึ้น

การทำงานบางครั้งอาจดึงเวลาอันมีคุณค่า ที่เราจะใช้กับครอบครัว หลายๆครั้งความสัมพันธ์ในรูปแบบการทำงานมักจะจบแบบไม่สวย หรือ มาแบบฉาบฉวยเท่านั้น แต่ว่า ความสัมพันธ์แบบครอบครัวนั้นจะยาว และ ไม่หนีจากไปไหน เพราะฉะนั้น การแบ่งเวลาระหว่างการทำงานและการใช้เวลากับครอบครัวเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่คนทำงานจะต้องแบบแยกให้ได้ บางคนอาจจะเริ่มจากการสร้างความแตกต่างในความสัมพันธ์แบบครอบครัว อาจจะเริ่มที่การออกไปทานข้าวกันให้มากขึ้น หรือ สร้างกิจกรรมภายในครอบครัว ในที่สุดแล้วเราก็จะมีความสุขโดยการสมดุลเวลาระหว่างการทำงาน และ ครอบครัวได้

3.สานต่อความสัมพันธ์กับคนที่รู้จักอยู่แล้ว

ในชีวิตคนเรา ความสัมพันธ์อีกรูปแบบหนึ่งคือ คนรู้จัก คนรู้จักเหล่านี้มักจะพาเราเข้าไปในเครือข่ายที่เราอาจจะรู้จักและไม่รู้จัก คนเหล่านี้อาจจะทำให้หน้าที่การงานของเราดีขึ้นด้วย ถ้าลองมองคนรอบๆข้างเรา คนเหล่านั้น อาจจะทำให้ชีวิตการงานเราดีขึ้น ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น ทำให้เราได้รู้จักคนใหม่ๆมากขึ้น และยังทำให้เปิดโลกทัศน์ของเราเองด้วย

การสานสัมพันธ์อาจจะเริ่มด้วยการติดต่อคน ที่เรารู้จัก อาจจะเริ่มด้วยการทักทายและอัพเดทความเป็นมาของชีวิตเรา และ อาจจะต่อด้วยคำถามที่ว่าเป็นยังไงบ้าง มีอะไรให้ช่วยไหม สิ่งเรานี้จะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้วดีขึ้น และ สานต่อไปในทางที่ดีขึ้นต่อไป หลังจากนั้นการที่จะทำให้ความสัมพันธ์นี้ยั่งยืนและเป็นไปในทางที่ดีสำหรับ ตัวเราเองและคนที่รู้จัก อย่าลืมถามเขาเหล่านั้นว่ามีใครที่อยากแนะนำให้เรารู้จักไหม หรือ รู้จักคนอื่นที่พอจะช่วยเราได้ไหม

4. พัฒนาตัวเองวันละ 15 นาที

คนเราเก่งไม่เหมือนกัน หลายๆครั้งเราอาจจะมีข้อดี หรือ ความสามารถพิเศษอยู่ในตัวเรา แต่เราไม่ค่อยได้ใช้มันมากนัก ถ้าเรารู้ว่าเราเก่งอะไร แล้วพัฒนาสิ่งนั้นให้ดีขึ้น ชีวิตเราก็จะดีขึ้นด้วย หลักการง่ายๆที่หลายๆคนก็ประสบความสำเร็จกันมาแล้วก็คือ ให้รู้ว่าตัวเองเก่งอะไร แล้วก็พัฒนาสิ่งนั้นซะ มีหลายๆตัวอย่างของการประสบความสำเร็จ บิล เกทส์ รู้ว่าตัวเองเก่งในด้านของคิมพิวเตอร์ , ไมเคิล จอร์แดน เก่งในด้านของ บาสเก็ตบอล และ อัลเบิตร์ ไอน์สไตล์ เก่งในด้านของฟิสิกส์ พวกเค้ารู้ว่าต้องทำยังไงกับความสามารถพิเศษเหล่านั้น และพวกเค้าก็ทำสำเร็จ

การที่เราเก่งด้านใดด้านหนึ่ง อาจจะเป็นข้อดีที่ทำให้เราเจริญก้าวหน้า และทำให้ชีวิตเราสมดุลมากขึ้น หลักการง่ายๆคือ ถ้าเก่งด้านไหน ให้หาความรู้ด้านนั้นเพิ่มเติม ถ้าเก่งด้านอาหารก็อาจจะหาความรู้จากเวปไซท์อาหาร เพื่อหาความรู้เข้าตัว ยิ่งเราพัฒนาตัวเองมากเท่าไหร่เราก็ยิ่งเก่งขึ้นเท่านั้น

5. ทำอะไรที่สร้างสรรค์

การคิดอะไรที่สร้างสรรค์ เปรียบเสมือนการเปิดโลกกว้างของเรา ไม่ว่าเราจะทำหน้าที่หรือทำงานอะไรอยู่ ถ้าเราได้เปิดโลกกว้างของเราโดยการคิดสร้างสรรค์แล้ว ยิ่งทำให้ธุรกิจหรือสิ่งที่เราทำอยู่ยิ่งเจริญก้าวหน้าขึ้นไปอีก

การมองข้ามผ่านสิ่งเก่าๆ และหยุดอยู่ที่เดิมไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย วันๆหนึ่งถ้าเราลองคิดดูว่า จะหาลูกค้าใหม่ยังไง ต้องการเปลี่ยนแผนการตลาดหรือเปล่า จะทำให้สมองทั้งสองส่วนของเราได้ใช้งานอย่างดียิ่งขึ้น และการที่คนเราจะคิดทำอะไรนอกกรอบนั้น เป็นการบริหารสมองด้วยส่วนหนึ่ง ในการบริหารสมองอาจจะทำได้โดย การวาดรูป การฟังเพลง หรือ แม้กระทั่งเขียนเรื่องสั้น ขึ้นมา ฉะนั้นแล้วลองปลดปล่อยความคิด แล้วปล่อยให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์เพื่ออนาคต และ ความแปลกใหม่ของชีวิต

6. ออกกำลังกายดูบ้าง

เพื่อสุขภาพที่ดีมาพร้อมกับการออกกำลังกาย การออกกำลังกายอาจทำได้โดยอาจจะทำได้โดยการยืดแข้งยืดขาวันละ10นาที หรือ การเดินหรือวิ่งวันละ 30 นาที การที่บอกว่าการออกกำลังกายดีต่อสุขภาพและสมดุลระหว่างการทำงานและชีวิต หมายถึง การที่เราหาเงินงกๆ ประสบความสำเร็จในการทำงาน หรือ แม้กระทั่งไม่ต้องทำอะไรแล้วในชีวิต แล้วยังมีเวลาเหลือเพื่อใช้ชีวิตของเราเองด้วย

7.แบ่งปันคนอื่น

หลายๆคนอาจจะไม่ได้เข้าถึงสื่อแบบที่เรา หลายๆคนได้เข้าถึง บางคนอาจจะขาดโอกาศในการศึกษา ขาดโอกาศในการเข้าถึงสื่อต่างๆ หรือ ขาดโอกาศในการหารายได้เพื่อเลี้ยงชีพ หนึ่งปัจจัยที่อาจจะทำให้เรามีความสุขขึ้นมานั่นก็คือ การให้คนอื่น มาถึงตรงนี้แล้วเราอาจจะมีโอกาศทำความดูและแบ่งปันความสุขที่เรามีอยู่ให้คน อื่น จงใช้โอกาศนี้ในการสมดุชีวิตของเราและคนอื่น จบแล้วนะครับสำหรับทริค 7 ข้อ สำหรับใครที่อ่านเสร็จแล้วก็ลองเอาไปประยุกต์ใช้ดูนะครับ หรือถ้ายังไม่มีเวลาก็ลองวางแผนดูว่าเราทำอะไรได้บ้าง หรือ เราคิดว่าเราจะทำอะไร ซึ่งพวกนี้นี่แหละครับที่จะทำให้ชีวิตเราสมดุลมากขึ้น

Credit : http://www.lifehack.org/articles/lifestyle/7-daily-habits-for-balance-your-life.html

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *