โลกทัศน์สุขภาพของการแพทย์พื้นบ้าน

เทคนิคกินอาหาร ลดน้ำหนักตามกรุ๊ปเลือด ผอมง่ายๆ ระบบเผาผลาญไม่พัง
11th May 2018
การปรับสมดุลร่างกาย
11th May 2018

โลกทัศน์สุขภาพของการแพทย์พื้นบ้าน

สังคมไทยนอกจากจะมีการแพทย์แผนไทยที่มีองค์ความรู้และแบบแผนการปฏิบัติ ที่ค่อนข้างเป็นทางการสืบเนื่องมายาวนานแล้ว ในท้องถิ่นก็มีระบบการแพทย์ของชุมชนท้องถิ่น ทั้งที่เป็นลักษณะวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ หรือแบ่งตามลักษณะของพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ที่ถูกเรียกว่า การแพทย์พื้นบ้าน (Indigenous Medicine / Folk Medicine) นพ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ทำการศึกษาและจัดกลุ่มการแพทย์พื้นบ้านออกเป็น ๔ กลุ่มย่อยตามลักษณะของโลกทัศน์ทางการแพทย์และวิธีการรักษา คือ กลุ่มการแพทย์แบบประสบการณ์ การแพทย์แบบอำนาจเหนือธรรมชาติ การแพทย์แบบโหราศาสตร์ และการแพทย์แบบทฤษฎีธาตุ

การแพทย์แบบประสบการณ์ เป็นการสั่งสมความรู้อันเกิดจากประสบการณ์การดูแลสุขภาพของแต่ละท้องถิ่น นำมาสังเคราะห์เป็นกระบวนการรักษาดูแลความเจ็บป่วย มักจะมีการให้ชื่อโรคหรืออาการต่างๆ ให้เป็นที่เข้าใจสำหรับสมาชิกในชุมชนกันเอง เช่น โรคตะพั้น โรคปานดง โรคทำมะรา ไข้หมากไม้ ของทางภาคอีสาน หรือ โรคซาง โรคจะติแกว่าง ของทางภาคเหนือ โรคท้องถิ่นเหล่านี้มักไม่ได้มีระบบการวินิจฉัยโรคอย่างเป็นระบบ แต่อาศัยความรู้จากประสบการณ์ในการวินิจฉัย ในแง่ของการวิธีการรักษาทำด้วยการปฏิบัติตัวเฉพาะ ใช้ยากลางบ้าน หรือรักษากับหมอพื้นบ้านที่อาจจะศึกษาสั่งสมประสบการณ์ในการรักษาโรคมากกว่าชาวบ้าน เช่น หมอยา หมอกระดูก หมอนวด หมอตำแย หมองู การแพทย์แบบประสบการณ์ไม่ได้เป็นโลกทัศน์ทางสุขภาพที่หยุดนิ่ง แต่มักสร้างกระบวนการดูแลรักษาสุขภาพและโรคภัยขึ้นมาใหม่เสมอๆ จากการแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างคนต่อคนในชุมชน มีลักษณะไม่ผูกขาดความรู้ เน้นการใช้ได้จริงไม่ต้องสอดคล้องทฤษฎี เช่น การปิ้งแมลงสาบกินเพื่อรักษาโรคหอบหืดเรื้อรังให้หายขาดได้ หลังจากรักษาที่ไหนๆ ไม่หาย

การแพทย์แบบอำนาจเหนือธรรมชาติ โลกทัศน์แบบพื้นบ้านมักแบ่งโลกออกเป็นโลกของวัตถุและโลกของวิญญาณ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในโลกวิญญาณ อาทิ ผีฟ้าพญาแถน ผีปู่ตา ผีป่า ผีน้ำ ในภาคอีสาน หรือ ผีเจ้านายในภาคเหนือ พระแม่โพสพ พระเสื้อเมือง พระทรงเมืองในภาคกลาง ถือเป็นผู้มีอำนาจที่คอยปกป้องคุ้มครองสรรพสิ่งให้เป็นไปตามวิถีทางหรือครรลองที่ถูกต้อง และคอยลงโทษผู้ที่ละเมิดกฎที่สังคมถือไว้ร่วมกัน ในขณะเดียวกัน ก็จะมีผีร้าย เช่น ผีชมก ผีปอบ ในภาคอีสาน ผีก๊ะ ในภาคเหนือ ผีกระสือ ในภาคกลาง ที่คอยจะทำร้ายผู้คน ในแต่ละวัฒนธรรม จึงมีการสร้างระบบความสัมพันธ์ทางอำนาจของโลกของวิญญาณ เช่น ในทางภาคเหนือก็มีโครงสร้างของผีเป็นลำดับชั้น

โครงสร้างของผีทางภาคอีสานจะเป็นการแบ่งพื้นที่และหน้าที่ในการดูแลบุคคล ชุมชน และสังคม มีผีปู่ตาดูแลหมู่บ้าน ผีเชื้อดูแลครอบครัว ของรักษาคุ้มครองบุคคล ถือว่า ผีฟ้าเป็นผีที่มีอำนาจมากที่สุด เป็นเหมือนผีกึ่งเทพเป็นผู้สร้างโลกและสรรพชีวิต ในการสื่อสารกับผีฟ้าต้องอาศัยคนกลางที่มีญาณวิเศษเข้าทรงเพื่อสื่อสาร คือหมอลำผีฟ้า และทำพิธีกรรมเพื่อการรักษา อีกรูปแบบหนึ่งของการรักษาของการแพทย์แบบเหนือธรรมชาติ คือการใช้หมอผี หมอธรรม ในการขับไล่ผีร้ายที่มาให้ร้ายผู้คน แต่วิธีการในลักษณะนี้อาจไม่ได้ตั้งอยู่บนฐานคิดของวัฒนธรรมชาวบ้าน แต่ได้รับอิทธิพลจากวิธีคิดแบบพราหมณ์-พุทธ หมอผีจะจัดการกับผีร้าย แต่จะไม่กล่าวโทษผีฝ่ายดี เป็นภาพสะท้อนเชิงสัญลักษณ์ของการอยู่ร่วมกันของระบบความเชื่อที่ต่างกัน

การแพทย์แบบอำนาจเหนือธรรมชาติ เป็นระบบที่อยู่บนพื้นฐานของสังคมวัฒนธรรมเห็นว่า ความเจ็บป่วยเป็นผลจากความขัดแย้งทางสังคม เพราะผีนั้นทำหน้าที่ควบคุมวิถีปฏิบัติที่ถูกต้องของชุมชน หากมีคนละเมิดจึงเกิดความเจ็บป่วย วิธีคิดเช่นนี้จึงมองว่า สุขภาพเป็นผลลัพธ์ของระบบสังคมทั้งหมด และสังคมที่สงบสุขย่อมนำไปสู่สุขภาพที่ดี จึงมุ่งที่การจัดระเบียบทางสังคม ด้วยพิธีกรรมต่างๆ

การแพทย์แบบโหราศาสตร์ เป็นการแพทย์ที่ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมพราหมณ์ ที่มีองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ในจักรวาล การเคลื่อนที่ของดวงดาวบนท้องฟ้าส่งผลต่อสรรพสิ่งที่เชื่อมโยงกับอากาศวัตถุเหล่านั้น การเปลี่ยนแปลงในชีวิตของคนจึงไปสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงของการโคจรของดวงดาวในจักรราศี ซึ่งสามารถคำนวณได้ล่วงหน้าจากผู้รู้ที่เราเรียกว่า หมอดู หมอทายเลข หมอตำรา หมอมอ โดยมากหมอเหล่านี้ในชุมชนมักใช้ตำราพรหมชาติเป็นหลักในการคำนวณว่าชะตาชีวิตของคนๆ นั้นเป็นอย่างไร ใช้วันเดือนปีเกิดเป็นฐานการคำนวณ ซึ่งหมอมักจะบอกว่าความเจ็บป่วยนั้นเกิดจากเคราะห์แบบ หายได้หรือไม่ ต้องไปรักษาในทิศทางใด หากอาการจากเคราะห์นั้นแก้ไขได้อาจให้ผู้ป่วยไปหาหมอสะเดาะเคราะห์ทำพิธีกรรม หมอดูเหล่านี้มักเป็นที่พึ่งทางใจของคนในชุมชน เมื่อต้องพบกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่ไม่มีคำอธิบายหรือดูเหมือนเป็นเรื่องร้าย เช่น ฟ้าผ่าบ้าน นกแสกร้องขณะบินผ่านบ้าน ฯลฯ การแพทย์แบบนี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ที่ต้องเผชิญหน้ากับอนาคตที่คาดเดาไม่ได้ ในแบบที่พอจะมีความเข้าใจและคำอธิบายให้กับสิ่งที่เป็นไป

การแพทย์แบบทฤษฎีธาตุ เป็นโลกทัศน์ทางสุขภาพแบบดั้งเดิมของหลายวัฒนธรรมสุขภาพ ทั้งการแพทย์ตะวันตกในยุคโบราณ การแพทย์แบบอายุรเวท และการแพทย์แผนจีน คำอธิบายเรื่ององค์ประกอบของจัรกวาล โลกธรรมชาติ และมนุษย์ ที่ประกอบขึ้นด้วยธาตุนั้น มีความคล้ายคลึงกัน มีธาตุหลัก ๔ ธาตุบ้าง ๕ ธาตุบ้าง แต่ของการแพทย์ไทยได้รับอิทธิพลมาจากการแพทย์แบบอายุรเวทของอินเดีย จึงมี ๔ ธาตุหลัก ดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่งแปรปรวนได้จากความไม่สมดุล ธาตุบางธาตุมากบ้างน้อยบ้างด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ การแพทย์แบบทฤษฎีธาตุไม่ได้มองธาตุในลักษณะเดียวกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ที่แยกแยะสสารออกเป็นประเภทแบบเดี่ยวๆ เช่น เหล็ก สังกะสี ฟอสเฟอรัส แต่มองว่าธาตุทั้งหมดเชื่อโยงส่งเสริมและขัดแย้งกัน ธาตุเป็นเพียงลักษณะแห่งคุณสมบัติของสิ่งต่างในโลกธรรมชาติและภายในร่างกายมนุษย์ ระบบการแพทย์แบบทฤษฎีธาตุมีกระจายอยู่ในท้องถิ่นทั่วไป เป็นแนวคิดรากฐานของการแพทย์แผนไทย ทำให้ระบบการแพทย์แบบทฤษฎีธาตุเป็นการแพทย์พื้นบ้านที่ได้รับการยอมรับจากรัฐมากที่สุด ทั้งในแง่ของการมีองค์ความรู้ที่เป็นระบบอธิบายได้และความเชื่อมโยงกับความรู้มาตรฐานของโลกทัศน์สุขภาพของอำนาจส่วนกลาง

หากเรามองผ่านแว่นของการแพทย์แบบตะวันตกสมัยใหม่ การแพทย์พื้นบ้านคงได้รับการยอมรับได้ยากยิ่ง แต่ถ้าเรามองโลกให้กว้างกว่านั้น เราจะเห็นว่าการแพทย์พื้นบ้านเป็นผลสะท้อนของการปรับตัวของมนุษย์ในการดูแลรักษาสุขภาพตนเอง พัฒนาตามเวลาสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ของความรู้และประวัติศาสตร์ของชุมชนสังคม มีที่ทางและสถานะของตนเอง หากเราเข้าใจเงื่อนไขของการเกิดขึ้นและดำรงอยู่ของความรู้เหล่านี้แล้ว ความหลากหลายของวัฒนธรรมสุขภาพในสังคมไทย จะเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์และสร้างเสริมสุขภาวะของคนไทยได้เป็นอย่างดี

เอกสารอ้างอิง โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ และ ยงศักดิ์ ตันติปิฎก. สุขภาพไทย วัฒนธรรมไทย. นนทบุรี: สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ, ๒๕๕๐. ธนิดา ขุนบุญจันทร์ และคนอื่นๆ. กระบวนทัศน์การแพทย์พื้นบ้านไทย. นนทบุรี: กลุ่มงานพัฒนาการแพทย์พื้นบ้าน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข, ๒๕๔๖.

สังคมไทยนอกจากจะมีการแพทย์แผนไทยที่มีองค์ความรู้และแบบแผนการปฏิบัติ ที่ค่อนข้างเป็นทางการสืบเนื่องมายาวนานแล้ว ในท้องถิ่นก็มีระบบการแพทย์ของชุมชนท้องถิ่น ทั้งที่เป็นลักษณะวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ หรือแบ่งตามลักษณะของพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ที่ถูกเรียกว่า การแพทย์พื้นบ้าน (Indigenous Medicine / Folk Medicine) นพ. โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ทำการศึกษาและจัดกลุ่มการแพทย์พื้นบ้านออกเป็น ๔ กลุ่มย่อยตามลักษณะของโลกทัศน์ทางการแพทย์และวิธีการรักษา

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *