โยคะเพื่อสุขภาพ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย Balance

provided by an in person medical
16th May 2018
5 วิธี สร้าง Work-Life Balance อย่างมีประสิทธิภาพ
16th May 2018

โยคะเพื่อสุขภาพ เพื่อรักษาสมดุลของร่างกาย Balance

ทำไมเราตัองฝึกโยคะ
โยคะ คือ วิถีชีวิตที่มุ่งพัฒนากายและจิตใจให้เกิดศักยภาพสูงสุด และการฝึกโยคะทำให้ร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพ ช่วยให้จิตได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพสุงสุดแล้ว เมื่อนั้นเราก็จะเข้าถึง สุขภาวะ คือ เป้าหมายสุงสุดที่แท้จริงของชีวิต ดังนั้นเมื่อเราดูแลเอาใจใส่ร่างกายได้อย่างเป็นปกติอย่างสมำเสมอแล้ว จิตต้องดีตามไปด้วยและโกาศที่จะเจ็ไข้ได้ป่วยก็น้อยลง หรือหากมีโรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้น การฝึกโคะเป็นประจำจนมีร่างกายเข้มแข็ง ก็จะทำให้หายจากโรคภัยได้เร็วกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะท่าของโยคะจะช่วยยืดกล้ามเนื้อของส่วนต่างๆทำให้ระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น กระดูกสันหลัง ข้อต่อต่างๆ ทำงานได้ดีขึ้น มีความสมดุลยิ่งขึ้นโยคะมีการผ่อนคลายสลับกับการเหยียดยืดตลอดเวลาที่ฝึก เช่น ๐ ช่วยกดนวดของระบบต่างๆ ภายในอันได้แก่ ระบบต่อมไร้ท่อ ระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่าย ระบบสืบพันธ์ฯลฯ การยึดสลับการผ่อนคลาย จะทำให้ระบบเหล่านี้ทำงานดีขึ้น ช่วยกระตุ้นระบบหมุนเวียนของเลือด ช่วยพัฒนาระบบประสาท การติดต่อสื่อสารสัมพันธืของกลไกลต่างๆ ภายในร่างกายการฝึกโยคะช่วยสร้างเสริมระบบหายใจให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น๐ ทำให้เรามีสติ รู้ความรู้สึกของร่างกาย รู้จิตและอารมณ์ของร่างกายตนเองได้ดีขึ้น เอื้อต่อการคุมอารมณ์ของตัวเอง๐ สอนให้เรามีจริยธรรม ทำให้เราเป็นสมาชิกที่ดีของชุมชนและสังคม๐ มุ่งเน้นที่กายและจิตเป็นสำคัญ โยคะไม่ใช่เป็นเรื่องของร่างกายอย่างเดียวอย่างที่หลายๆคนเข้าใจ ทฤษฎีของโยคะ คือ การบำบัดของการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกายตามที่กำหนด โดยเน้นการหายใจเข้า-ออก ให้สอดคล้องกับท่าฝึก และการทำสมาธิในการฝึก องค์ประกอบสำคัญของโยคะผู้ฝึกโยคะต้องคำนึงเสมอว่า โยคะนั้เป็นการผสมผสานกันระหว่างกายกับจิต ทั้งสองอย่างจะต้องสัมพันธ์กันตลอดเวลาที่ทำการฝึก Kept fit บริหารร่างกายให้ถูกต้อง เพื่อคงไว้ซึ่งสุขภาพที่ดี Balance การรักษาความสมดุลของร่างกายและจิตใจโดยวางตัวและอารมณเป็นกลางไว้ Harmony ความลงตัวกับระหว่างการฝึกกายและจิต Purify body-mind-soul มีการชำระตนเองให้บริสุทธิ์ทั้งกายจิตใจและวิญญาณ โดยยึดหลักมีศีลธรรมจรรยาสำรวมจิตใจหรือทำสมาธิ ถ้าเช่นนั้นมนุษย์จะมีทางออกสำหรับสภาพการณ์ที่เป็นอยู่นี้อย่างไรกัน ในด้านหนึ่ง มนุษย์ควรได้มีการงานที่เหมาะสมที่ทำให้ร่างกายทุกส่วนได้เคลื่อนไหวอย่างสมดุล ซึ่งเป็น เรื่องที่ยากในสังคมสมัยใหม่ หาไม่แล้วมนุษย์ก็ควรมีเวลาสำหรับการออกกำลังกายเพื่อเสริม สร้างสมดุลของร่างกายดังกล่าว ในอีกด้านหนึ่ง มนุษย์ควรสร้างความเข้าใจในวิถึชีวิตของ ตน มองเห็นคุณค่าของการอยู่ร่วมกันอย่างสมัครสมานสามัคดี ยินดีในความร่วมมือช่วยเหลือ มากกว่าการแก่งแย่งแข่งขัน และไม่ผูกชีวิตอยู่กับความสำเร็จใจด้านปัจจัยยังชีพจนเกินสม ควร ในขณะเดียวกันก็ควรฝึกจิตใจให้เข้มแข็งให้มีความมั่นคง พร้อมที่จะเผชิญกับสภาพ การณ์ต่าง ๆ ของชีวิตได้อย่างเหมาะสม ในด้านแรกเรารู้จักกันในรูปแบบต่าง ๆ ของการบริหารกาย ไม่ว่าจะเป็นการกีฬาประ เภทต่าง ๆ การวิ่ง มวยจีน หรือการเต้นแอโรบิค และในด้านหลังซึ่งเรารู้จักในนามของ ศาสนธรรม ปรัชญาชีวิต หรือการฝึกสมาธิ มนุษย์ต้องการทั้งสองด้านเพื่อจิตที่สมดุล จะมี ระบบอะไรหรือไม่ที่รวมเอาการบริหารกายและการฝึกฝนจิตใจไว้ในที่เดียวกัน ซึ่งเมื่อเราปฏิบัติ หรือฝึกฝนแล้วจะได้รับผลดีทั้ง 2 ด้านพร้อม ๆ กัน คำตอบก็คือ "โยคะ" เนื่องจากโยคะเป็นการ บริหารที่ต้องอาศัยการสังเกต และความละเอียดอ่อนรวมทั้งความแน่วแน่มั่นคงของจิตใจพร้อม กันไป โยคะจึงเป็ฯทางออกที่ดีวิถีทางหนึ่งสำหรับสภาพการณ์ปัจจุบันของมนุษย์

โยคะเพื่อสุขภาพ Hatha Yoga
โยคะ เกิดขึ้นที่อินเดียเมื่อประมาณ 4 - 5 พันปีที่ผ่านมา เดิมจะเป็นการฝึกเฉพาะโยคี และชนชั้นวรรณะพราหมณ์ เพื่อเอาชนะความเจ็บป่วย ต่อมาโยคะ ได้พัฒนาผ่านลัทธิฮินดู มายุคพุทธศาสนา ถึงยุคลัทธิเซนในประเทศจีน โดยแท้จริงแล้ว โยคะไม่ได้เป็นศาสตร์ของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็น ศาสตร์สากลที่ศาสนาต่าง ๆ สามารถนำมาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติเพื่อบรรลุ เป้าหมายสูงสุดแห่งศาสนานั้น ๆ โยคะจึงเป็นที่แพร่หลายไปทั่วโลก โดยเฉพาะ หะฐะโยคะ (Hatha Yoga ) ซึ่งจัดว่าเป็น Modern Yoga ที่พัฒนามาจากการรวมแบบโยคะดั้งเดิม กับวิธี ปฏิบัติของพระพุทธศาสนา โยคะ ไม่ใช่ศาสตร์ลึกลับ ไม่ใช่เวทมนต์คาถาหรืออภินิหารใดๆแต่โยคะเป็นศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนเหตูและผลที่ทุกคนสามารถศึกษาด้วยตัวเองโยคะศาสตร์ ถูกถ่ายทอดเมื่อประมาณ 5,000-6,000 ปีมาแล้วโดยมีท่านมหาโยคีปตัญชลีเป็นผู้รวบรวมรูปแบบต่างๆของโยคะ เรียกว่า" โยคะสูตร "คำว่า "โยคะ"มาจากภาษาสันสกฤต คือ ยุชิร หรือ ยุช แปลว่าการผูกมัดหรือรวมกันตามนิยามของโยคะหมายถึงการเพ่งเล็ง หรือการใช้สมาธิเพื่อควบคุมการแปลปรวนของจิตให้สงบนิ่ง ปรัชยาแห่งโยคะคือการเพ่งเล็งหรือการทำสมาธิให้จิตสงบสุขโยคะมีท่วงท่ารูปแบบ แต่ที่แพร่หลายและได้รับความนิยมมากที่สุดคือ หฐโยคะ (Hatha yoga) "หะ" แปลว่าดวงอาทิตย์ ฐะ แปลว่า จันทร์ ซึ่งเป็นการปฏิบัติโยคะที่เน้นถึงความสมบูรณ์ของร่างกายก่อนที่จะเข้าถึงชั้นจิตใจ โยอาศัยหลักการที่ว่า ร่างกายเป็นรากฐานอันแท้จริงของจิตใจ เมื่อร่างกายแตกดับจิตก็ย่อมดับด้วย ดังนั้นร่างกายอ่อนแอ ย่อมเป็นการยากที่จะมีจิตใจแข็งแกร่ง การฝึกโยคะให้มีร่างกายสมบูรณ์ แข็งแกร่ง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ หรือให้มีสุขภาพดี เรียกว่าอาสนะโยคะ หรือโยคะสนะ อาสนะ แปลว่า ท่าทาง และชื่อของโยคาสนะแต่ละท่า ส่วนมากมีที่มาจาก ชื่อสัตว์ เช่น ท่ากระต่าย ท่างูท่าตั๊กแตน ท่านกยูง ท่าแมงป่อง เป็นต้นสันนิษฐานว่า เป็นของโยคีเรียนรู้และสังเกตุธรรมชาติและการเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆแล้วนำมาดัดแปลงเป็นท่าโยคะ โยคาสนะ ถือเป็นกายภาพบำบัดชนิดหนึ่งที่ช่วยเพิ่มเติมส่วนที่เสียสึกหรอ หรือบกพร่องของร่างกายให้กลับคืนสู่ภาวะปกติดังเดิม แม้โยคะจะไม่ใช่ยาวิเศษ หรือไม่มีคุณค่าทางรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่โยคะก็เป็นธรรมชาติบำบัดที่สามารถจัดระบบการทำงานของร่างกายให้เข้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว ก็ยากที่โรคภัยไข้เจ็บจะมาเบียดเบียน รวมถึงอาการอ่อนเพลียเมื่อยล้าจากการใช้งานส่วนใดส่วนหนึ่งมากเกินไป ก็จะหายขาดได้ด้วยการปฏิบัติ โยคะ แม้ปัจจุบัน โยคะ จะได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ก็ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่เข้าใจผิดว่า การฝึกโยคะ ใช่กันว่าจะฝึกกันได้ทุกคนผู้ที่จะฝึกโยคะได้จะต้องมีความสามารถพิเศษ แบบคนเหนือคน บ้างก็เข้าใจว่าโยคะเป็นเรื่องปรัชญาของทางศาสนา เป็นปาฏิหาร เป็นการบำบัดโรค และ เป็นการออกกำลังกาย แท้จริงแล้ว ทุกคนสามารถฝึกและเข้าถึงประโยชน์แห่งโยคะได้ เพียงแค่ต้องทำด้วยความตั้งใจจริง

ขอบคุณที่มา : http://balance-fit.blogspot.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *