ท่านว.วชิรเมธี งัดหลักคิดชีวิตคู่ อยู่อย่างไรให้เหนียวแน่นหนึบ

3 วิธีปรับสมดุลชีวิตตัวเองก่อนดูแลคนที่คุณรัก
25th January 2018
5 วัฒนธรรมสุดคูลจาก British ในไลฟ์สไตล์สุดฮิตที่เมืองไทย
26th January 2018

ท่านว.วชิรเมธี งัดหลักคิดชีวิตคู่ อยู่อย่างไรให้เหนียวแน่นหนึบ

หากพูดถึงครอบครัวไทยสมัยก่อนภาพที่เห็นได้ชัดคือครอบครัวขนาดใหญ่ที่อยู่กันพร้อมหน้าหลากหลายช่วงวัย ตั้งแต่ปู่ย่าตายายลงมาจนกระทั่งถึงลูกหลาน

แต่ในปัจจุบันภาพเหล่านั้นได้เลือนหายไปเกือบหมดจากครอบครัวใหญ่ลดขนาดลงเป็นครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น เนื่องจากความเจริญทางด้านวัตถุทำให้คนต่างคนต่างอยู่ มีความหวาดระแวงสูงขึ้น รวมทั้งทำงานหาเงินจนลืมให้เวลา และความรักกับครอบครัว ส่งผลให้อนาคตอันใกล้นี้ครอบครัวไทยมีโอกาสเสี่ยงต่อการสลายตัวได้ง่าย


ทั้งนี้ เพื่อให้มีสติ และรู้หลักการใช้ชีวิตบนสังคมโลกาภิวัตน์ ธรรมะ ถือเป็นตัวช่วยหนึ่งของคนในสังคม ถ้าใช้อย่างเข้าใจ และใช้ให้เป็น ย่อมช่วยให้ชีวิตคู่มั่นคง เหนียวแน่น ไม่หน่ายเร็ว หรือที่เรียกกันว่า อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรกันไปเลยทีเดียว


นับเป็นโอกาสอันดีที่ได้ฟังธรรมกับ "พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี" หรือ ท่านว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย โดยท่านได้กล่าวให้หลักคิดในประเด็นการครองรักให้ยั่งยืนว่า
"การอยู่ด้วยกันให้มั่นคงและยืนยาว อยู่ที่การเริ่มต้นตั้งแต่การคบหาดูใจกันหรือก่อนแต่งงานด้วยซ้ำว่าเราแต่งงานกับใคร ซึ่งทางพุทธเราบอกไว้ว่าการครองรักหรือการครองเรือนควรให้การครองธรรมด้วยซึ่งพระพุทธเจ้าบอกเลยว่าจะอยู่กับใครให้มั่นคงต้องดูคู่ชีวิตที่เราจะแต่งงานด้วย"


'4 เสมอ' เทคนิคเลือกคู่ก่อนแต่งงาน

วิธีการเลือกคู่นั้น พระนักคิดแนะว่า ทั้งฝ่ายชาย และฝ่ายหญิง ต้องมีส่วนที่เสมอกัน 4 ส่วน คือ

1. มีศรัทธาเสมอกันหรือไม่ (การที่จิตใจยึดมั่น ความเชื่อถือ เลื่อมใส)

2. มีความประพฤติเสมอกันหรือไม่

3. มีความเสียสละเสมอกันหรือไม่

4. มีปัญญาหรือมีกึ๋นเสมอกันหรือไม่ ถ้ามี 4 เสมอนี้ โอกาสที่จะอยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืนย่อมเกิดขึ้นได้สูง


ส่วนในกรณีคู่รักที่แต่งงานเป็นสามี-ภรรยากันแล้ว การครองรักให้มั่นคง ต้องหมั่นครองธรรมร่วมกันด้วย เริ่มจาก 1.รักเดียวใจเดียว ไม่นอกใจ 2.มีขันติ อดทนอดกลั้นต่อปัญหาต่างๆ 3.เมื่อเกิดปัญหาต้องยืดหยุ่นให้เป็น พร้อมกับปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ 4.ไม่ทอดทิ้งกัน ทั้ง 4 ข้อนี้ ถือเป็นข้อหลักในการครองคู่ ที่ถ้าทุกคู่มีให้แก่กัน จะช่วยให้รักยั่งยืน ปัญหาในด้านความเข้าใจผิดกัน จึงเกิดขึ้นได้น้อย


อารมณ์ขึ้น ทำให้เย็นแล้วค่อยคุย

อย่างไรก็ดี ถ้าทำทุกวิธีแล้วยังเกิดเรื่องร้าวฉานหรือมีเรื่องที่ทำให้ต้องขัดแย้งกันอยู่อีก "ท่านว.วชิรเมธี" ให้หลักคิดเตือนสติไว้น่าสนใจว่า "เวลามีปัญหา อย่างเพิ่งพยายามแก้ปัญหา เคยสังเกตหรือไม่ว่าเวลาที่สามีภรรยาหลายคู่มีปัญหามักจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกว่าจะต้องเจรจาให้เสร็จตรงนั้น เดี๋ยวนั้น ต้องมาคุยตรงนี้ ไม่ให้ไปตรงนั้นกระชากกันไปกระชากกันมาผลสุดท้ายจบทุกคู่"


ทางที่ดี เวลามีปัญหาอย่าพยายามแก้ปัญหาแต่จงถอยออกมาจนเห็นปัญหาแล้วแก้ที่สาเหตุของปัญหา ซึ่ง "ปัญหา" เปรียบได้กับน้ำแข็งที่ลอยโผล่พ้นน้ำใขณะที่ "สาเหตุของปัญหา" คือ 9 ส่วนของน้ำแข็งที่อยู่ใต้น้ำ ดังนั้นพระพุทธเจ้าบอกให้แก้ 9 ส่วนที่อยู่ใต้น้ำ อย่าไปแก้ 1 ส่วนที่โผล่พ้นน้ำ เพราะจะยิ่งทำให้เกิดปัญหา แต่ส่วนใหญ่สามีภรรยาที่ทะเลาะกันมักจะแก้ 1 ส่วนที่โผล่พ้นน้ำก่อน ทำให้ไม่รู้ว่า สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร ปัญหาจึงไม่ถูกแก้อย่างตรงจุดและถูกทาง


"เมื่อแก้ที่สาเหตุของปัญหาให้เข้าใจแล้วเวลาทะเลาะกัน จะทำให้ยิ่งรักกันมากขึ้นนั่นเพราะการทะเลาะกันอย่างมีสติ และเข้าใจกันจะยิ่งทำให้รักกลมกล่อมและลงเนื้อลงตัวมากขึ้น ดังนั้นขอฝากไว้ว่าถ้าทะเลาะกันขอให้เป็นการสันดาปทางสติปัญญาของชีวิตคู่ หมายความว่า การทะเลาะกันแต่ละครั้งต้องให้เกิดการปรับตัว ปรับตัว และก็ปรับตัวอยู่ทุกครั้ง ไม่ใช่ทะเลาะกันแล้วมีแต่คำว่า แยกกัน แยกกัน และแยกกันอยู่ทุกครั้งไป" ท่านว.วชิรเมธีให้แง่คิดทิ้งท้าย


การมีชีวิตรักที่มั่นคง และมีความสุขนั้น ก่อนจะลงหลักปักฐานกับใคร ขอให้ใช้เวลา และดูใจให้ดีเสียก่อน เหมือนกับที่ท่านว.วชิระเมธีได้กล่าวไว้ในตอนต้นว่า "อยู่กับใครให้มั่นคง ต้องดูคู่ชีวิตที่เราจะแต่งงาน" และเมื่อแต่งงานกันแล้ว การครองรัก ควรครองธรรมไปพร้อมๆ กันด้วย เพื่อให้สอดรับคำกับอวยพรของญาติผู้ใหญ่ที่ให้ไว้ก่อนเข้าหอว่า "อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชรนะลูก" ดังนั้นอย่าทำให้ท่านเสียใจ และผิดหวัง เพราะเรื่องทะเลาะเล็กๆ น้อยๆ จนทำให้ต้องแยกทางกัน


ขอขอบคุณ : http://www.manager.co.th/Family

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *